เรื่องของการตรวจจุลินทรีย์

เรื่องของการตรวจจุลินทรีย์

Q: การตรวจจุลินทรีย์ มีกี่ประเภท และเก็บตัวอย่างจากอะไร?

A: โดยหลักแล้วการตรวจจุลินทรีย์ มี 3 ประเภท คือ

  1. การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ Gut Microbiome ใช้วิธีเก็บตัวอย่างอุจจาระ
  2. การตรวจจุลินทรีย์ในช่องปาก หรือ Oral Microbiome ใช้วิธีเก็บตัวอย่างน้ำลาย
  3. การตรวจจุลินทรีย์บนผิว หรือ Skin Microbiome ใช้วิธีเก็บตัวอย่างบนผิวหนัง

การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ Gut Microbiome

Q: การทดสอบแบบ 16S rRNA และการทำ RT-qPCR ต่างกันอย่างไร?

A : 16s rRNA เป็นการระบุชนิดและปริมาณของจุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้ การทดสอบนี้มีหลักพื้นฐานอยู่ที่การตรวจลำดับยีนในส่วน 16s rRNA ของจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นส่วนที่มีความหลากหลายอย่างมาก(ไม่ซ้ำกัน) ทำให้สามารถจำแนกชนิดจุลินทรีย์ได้ ถือเป็น Next Generation Sequencing (NGS) เป็นวิธีตรวจลำดับยีนที่พัฒนาขึ้นมาจาก First Generation Sequencing มีข้อดีคือไม่จำเป็นต้องเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์เพิ่มเติม สามารถใช้ตัวอย่างที่เก็บมาได้โดยตรง และสามารถตรวจลำดับยีนจำนวนมากได้พร้อมกัน

ในขณะที่ Real-time PCR หรือ quantitative PCR (qPCR) เป็นวิธีการวัดและเพิ่มจำนวน DNA ซึ่งเพิ่ม fluorescent dye (สารเรืองแสง) เข้าไป เพื่อศึกษา DNA เป้าหมายในรอบของการเพิ่มจำนวนในขณะที่ปฏิกิริยากำลังดำเนินตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุด (real-time detection) โดย fluorometer (เครื่องมือที่ใช้วัดปริมาณแสง fluorescence) จะทำการตรวจวัดสัญญาณสารเรืองแสง ที่ถูกปล่อยออกมา โดยปริมาณแสงที่วัดได้จะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับปริมาณ DNA ที่เพิ่มขึ้นจากปฏิกิริยา ในแต่ละรอบ โดยผลตรวจของการตรวจแบบ RT-qPCR มักจะแสดงผลถึงระดับสายพันธุ์ ในขณะที่ 16s จะเห็นแค่ระดับ genus


Q: แพ็กเกจตรวจจุลินทรีย์ แบ่งเป็นกี่ประเภท?

A: แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก

  1. Semi-personalized probiotics ตรวจจุลินทรีย์เฉพาะกลุ่มโรค เพื่อรับโพรไบโอติกส์ตามผลตรวจ ได้แก่ แพ็กเกจ Colon Care, Allergy & Skin Care, Toxin Relieve และ Metabolic Balance
  2. Personalized probiotics ตรวจจุลินทรีย์ครอบคลุมหลายกลุ่มโรค เลือกโพรไบโอติกส์เฉพาะบุคคล ได้แก้ แพ็กเกจ Total Body and Mind Care

Q: จะทราบได้อย่างไรว่าควรเลือก แพ็กเกจใด?

A: ท่านควรเลือกชุดตรวจ ตามกลุ่มอาการที่ท่านมีความกังวลว่าท่านเสี่ยงจะเป็น หรือเลือกตามกลุ่มอาการที่ท่านป่วยแล้ว โดยชื่อแต่ละแพ็กเกจตรวจวิเคราะห์นั้นจะบอกชื่อกลุ่มอาการไว้อย่างชัดเจน หากท่านต้องการทราบอย่างละเอียดในทุกกลุ่มอาการ ขอแนะนำให้ท่านเลือกตรวจ Total Body and Mind Care


Q: แพ็กเกจตรวจแต่ละPanel ตรวจกลุ่มอาการที่ต่างกันได้อย่างไร?

A: กลุ่มอาการต่างๆที่เกิดจากลำไส้ไม่แข็งแรงนั้น มาจากความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ต่างชนิดกัน เพราะฉะนั้นเซตของจุลินทรีย์ที่ตรวจในแต่ละชุดตรวจวิเคราะห์ จะเป็นจุลินทรีย์ต่างชนิดกัน ซึ่งแต่ละชนิดที่เลือกมา ได้รับการศึกษาวิจัยว่ามีผล ต่อกลุ่มอาการที่ต้องการทราบ


Q: ถ้าหากว่าอยากทราบว่าโพรไบโอติกส์ตัวไหนมีประโยชน์สำหรับสุขภาพทางเดินอาหาร จะทดสอบแบบไหนดีกว่ากัน?

A: หากต้องการเข้าใจถึงประเภทของโพรไบโอติกส์ เช่น การอ่านผลเฉพาะเจาะจงของสายพันธุ์ ความเสี่ยงเฉพาะอย่าง และการเลือกโพรไบโอติกส์ที่ตรงสายพันธุ์ เราแนะนำให้คุณเลือกการทดสอบแบบ RT-qPCR  ซึ่งประหยัดเวลามากกว่า และได้ผลที่แม่นยำไม่แพ้ 16S rRNA ซึ่งการทดสอบของเรานั้น ออกแบบมาให้ครอบคลุมการตรวจหาโพรไบโอติกส์สายพันธุ์สำคัญๆ เมื่อได้ผลทดสอบแล้วจะทราบถึงสาเหตุของโรค หรือความเสี่ยงของโรคอื่นๆ เพื่อจะเลือกรับประทานโพรไบโอติกส์ได้ถูกผลิตภัณฑ์ และวัดผลก่อนและหลังการเริ่มรับประทานโพรไบโอติกส์ได้อย่างแม่นยำมากกว่า 16s อีกด้วย


Q: ระยะเวลาการตรวจ Gut Microbiome?

A: วิธี RT-qPCR ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังตัวอย่างถึงห้องแล็บ ในขณะที่ 16s rRNA ใช้ระยะเวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์


Q: มีความเสี่ยงด้านไหนบ้างหรือไม่ของการเก็บตัวอย่างอุจจาระ?

A: การทดสอบของเราออกแบบมาให้ไม่มีการเจ็บ ไม่ต้องมีการจิ้ม ไม่เลอะ ไม่สัมผัสร่างกาย หรือ สอดใส่อุปกรณ์ เข้าไปในร่างกายของผู้รับการตรวจ ไม่มีแผล เกิดขึ้นจากการเก็บตัวอย่าง เพราะฉะนั้นปราศจากความเสี่ยงและความไม่ปลอดภัยทางสุขภาพ


Q: ถ้าจุลินทรีย์เปลี่ยนเพราะพฤติกรรม และพฤติกรรมเปลี่ยนตลอดเวลา จะหาความแม่นยำอย่างไร?

A:  นอนน้อย เครียด ทานอาหารเผ็ด ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่มักเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน ซึ่งแน่นอนว่ามีผลกับจุลินทรีย์ อย่างไรก็ตามการที่จุลินทรีย์จะเปลี่ยนลึกถึงระดับโครงสร้างจริงๆ ต้องเกิดจากการทำพฤติกรรมเหล่านั้น ซ้ำๆกันเป็นระยะหนึ่ง จึงเป็นเหตุที่ทำให้เราแนะนำว่าการตรวจจุลินทรีย์ควรทำอย่างน้อยเมื่อเกิน 3 เดือนขึ้นไป


Q: น้ำยาใสๆในหลอดเก็บตัวอย่างมีไว้ทำอะไร?

A: น้ำยานั้นคือ preservative มีหน้าที่เก็บรักษาตัวอย่างอุจจาระให้อยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับนำไปตรวจวิเคราะห์ผลที่แล็บของเราที่ Hong Kong Science Park โปรดระมัดระวังอย่าทำน้ำยาหก เพราะหากน้ำยาหกหรือเหลือน้อยเกินไป ตัวอย่างอุจจาระจะแห้ง ไม่สามารถใช้ได้


Q: ควรเก็บอุจจาระปริมาณเยอะขนาดไหน?

A: การเก็บตัวอย่างอุจจาระนั้น ให้ใช้ก้านสำลีจิ้มลงในอุจจาระ แล้วหมุนก้านสำลี ให้ตัวอย่างอุจจาระติดสำลีขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องตักอุจจาระมาเป็นก้อนเพื่อนำใส่หลอดเก็บตัวอย่าง เนื่องจากอุจจาระที่เป็นก้อนนั้น มีปริมาณเยอะเกิน และจะดูด preservative จนแห้งและพองเต็มหลอดเก็บตัวอย่างอุจจาระ ไม่สามารถใช้การได้


Q: การเก็บตัวอย่างช่วงไหนเหมาะสมที่สุด?

A:  คุณสามารถเก็บตัวอย่างเวลาใดก็ได้ ตัวอย่างที่เก็บนั้นไม่มีความแตกต่างกันตามช่วงเวลาที่เก็บ อย่างไรก็ตามไม่ควรจะเก็บตัวอย่างในช่วงที่ใช้ชีวิตไม่ปกติ เช่น ป่วย หรือทานบุฟเฟ่ต์


Q: วิธีตรวจ ตรวจอย่างไร ส่งที่ไหน?

A: ตรวจโดยเก็บอุจจาระ  วิธีเก็บสิ่งส่งตรวจ https://www.youtube.com/watch?v=WHacM-w1RS0

โดยเราจะส่งชุดเก็บไปที่บ้านของท่าน หลังจากที่เก็บสิ่งส่งตรวจเรียบร้อย ส่งกลับมาที่  ไบโอเมดเทคโนโลยีฯ  5/30ซอยพหลโยธิน8ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.10400 เบอร์โทร.088-591-9961


Q: ผลตรวจของคุณถือว่าเป็นความลับหรือไม่?

A:  เราจะเก็บรักษาความลับของผลตรวจของคุณ เกือบทั้งหมดแล้วขั้นตอนของการวิเคราะห์ผล จะถูกเชื่อมโยงกับการทำรายงาน ด้วยชุดตัวเลข เพื่อที่จะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ทราบว่ากำลังตรวจให้ใคร และเราจะไม่เปิดเผยผลตรวจของคุณให้กับบุคคลอื่น หากไม่ได้แจ้งก่อน (ยกเว้นกรณีต้องให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญแนะนำ) ผลตรวจนั้นจะถูกนำมาใช้สำหรับการเก็บข้อมูลไว้กับเราเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลและวิจัยเท่านั้น


Q: เมื่อทราบผลตรวจแล้วต้องทำอย่างไรต่อ?

A: ในผลตรวจวิเคราะห์ จะมีคำอธิบายถึงระดับความสมดุล-ไม่สมดุลของจุลินทรีย์แต่ละชนิด ซึ่งจะผ่านการประเมินผลด้วยฐานข้อมูลของเรา ว่าลักษณะดังกล่าวนั้น นำไปสู่ความเสี่ยงหรือการเจ็บป่วยของกลุ่มอาการใด พร้อมกับคำแนะนำชนิดของโพรไบโอติกส์ที่ควรรับประทาน และการปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ให้จุลินทรีย์กลับมามีความสมดุล เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของลำไส้ และสุขภาพของท่านโดยรวม


Q: เราประเมินและแปลผลข้อมูลอย่างไร?

A: การประเมินผลและแปลข้อมูลของเรามาจากฐานข้อมูล 2 แหล่ง คือ medical literatures และการเก็บข้อมูลโดยตรงเอง ซึ่งข้อมูลดังกล่าว ถูกนำมาใช้ในการแปลผลตรวจของลูกค้าของเรา โดยเป็นการเปรียบเทียบความชุกชุมสัมพัทธ์หรืออัตราส่วนของแบคทีเรียชนิดต่างๆของเจ้าของอุจจาระกับของผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง


Q: ปัจจัยด้านต่างๆ เช่น ภูมิศาสตร์ หรือ อาหาร มีความแตกต่างในการวัดผลอย่างไร?

A: ความสมดุลของจุลินทรีย์ของบุคคลต่างชาติพันธุ์กันย่อมไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการประเมินผลของเราจึงอิงจากค่าเฉลี่ยของคนที่แข็งแรงโดยเอาปัจจัยทางด้านชาติพันธุ์มาเป็นตัวแปรในการประเมินผล สำหรับคนไทยนั้น ด้วยความที่ทางบริษัทฯ ได้มีการเก็บข้อมูลตัวอย่างไว้หลายร้อยตัวอย่าง ประกอบกับลักษณะของคนไทย ไม่ต่างจากคนฮ่องกงมากนัก จึงทำให้การประเมินผลนั้นมีความแม่นยำสูง เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ เช่น แอฟริกัน ฯลฯ


Q: ตัวอย่างอุจจาระเมื่อเก็บแล้ว สามารถเก็บไว้ได้นานเท่าไหร่ก่อนนำส่งห้องแล็บ?

A: ตัวอย่างอุจจาระที่เก็บและนำใส่ไว้ในpreservativeในหลอดเก็บตัวอย่างอุจจาระสามารถมีอายุได้ประมาณ 2 เดือน ที่จะนำไปทดสอบในห้องปฏิบัติการได้โดยไม่ทำให้ผลคลาดเคลื่อนหรือไม่สามารถทดสอบได้


Q: เมื่อได้รับผลตรวจแล้ว นัดแพทย์เพื่อทำการปรึกษาอย่างไร? 

A: ท่านสามารถทำการนัดหมายแพทย์ ได้ทาง line OA ของ BioMed ในกรณีที่ลูกค้าไม่สามารถพบแพทย์ และต้องการเลื่อนการนัดหมายใหม่ ขอให้ลูกค้าแจ้งทางทีมงานก่อนเวลาทำการนัดหมาย 90 นาที หากน้อยกว่านั้นหรือมาช้าเกิน 10 นาทีจะถือว่าลูกค้าสละสิทธิ ในกรณีนัดหมายใหม่จะมีค่าบริการเพิ่ม 500 บาท

Start typing and press Enter to search

Shopping Cart
No products in the cart.